พุทธศาสนาเกิดที่ชมพูทวีป
ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งแยก เป็น อินเดีย ปากีสถาน อาฟกานิสถาน ภูฏาน เนปาล
และบังคลาเทศ โดยผู้ประกาศคำสอน ได้แก่ เจ้าชาย สิทธัตถะ
แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ตอนเหนือ ของชมพูทวีป เชิงเขาหิมาลัย
ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล
เจ้าชายสิทธิัตถะ
เป็นโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กับพระนาง สิริมหามายา ทรงประสูติ เมื่อวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน วิสาขะ (ตรงกับเดือน 6 ของไทย) ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ณ
สวนลุมพินีวัน ซึ่งตั้งอยู่ ระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์ และกรุงเทวหะ
ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลรุมมินเด แขวงเปชอาว์ ประเทศเนปาล
มีพระนามทางพระโคตร (นามสกุล) ว่า "โคตมะ" แปลว่า "วงศ์พระอาิทิตย์"
ในวรรณะกษัตริย์ ทรงได้รับความปรนปรือ ด้วยโลกียสุขอยู่เป็นเวลาถึง 29 ปี
ด้วยทรงได้รับพยากรณ์จากนักปราชญ์ราชบัณฑิตว่า ถ้าทรงอยู่ครอง ฆราวาส
จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าทรงออกผนวช จักเป็นศาสดาเอก ของโลก
พระเจ้าสุทโธทนะ ประสงค์จะให้เป็นแบบแรกมากกว่า จึงทรงปรนปรือด้วยโลกียสุข
และมิใช่เพียงปรนปรือเอาใจเท่านั้น
ยังได้ทรงถูกปิดกั้นไม่ให้พบเห็นสภาพความเป็นอยู่ ที่ระคนด้วยความทุกข์
ของสามัญชนทั้งด้วย แต่สภาพเ่นนั้น ก็ไม่สามารถปิดบังพระองค์ ได้เรื่อยไป
ปัญหาเรื่องความทุกข์ความเดือดร้อนต่าง ๆ ของมนุษย์
อันรวมเด่นอยู่ที่ความแก่ เจ็บ และตาย เป็นสิ่งที่ทำให้พระองค์
ต้งอครุ่นคิดแก้ไข ซึ่งเป็นปัญหาของสภาพสังคมทุกยุคทุกสมัย ทุกชาติ ทุกภาษา
ทุกคนต่างจ้องแย่งชิงดีชิงเด่นกัน มุ่งแต่แสวงหาความสมบูรณ์
พูนสุขด้านวัตถุใส่ตน แข่งขันแย่งชิงเบียดเบียนกัน หมกมุ่นมัวเมา
อยู่ในความสุขเหล่านั้น ไม่ต้องคิดถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของใคร ๆ
ดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นทาสของวัตถุ ยามสุขก็ละเมอมัวเมา ถึงคราว
ถูกความทุกข์เข้าครอบงำ ก็ลุ่มหลงไร้สติ เหี่ยวแห้ง คับแค้นเกินสมควร
บ้างก็คิดฆ่าตัว บ้างก็แก้ด้วยการเสพสุราเมรัย แล้วก็แก่เจ็บตายไป
อย่างไร้สาระ ฝ่ายคนที่เสียเปรียบ ไม่มีโอกาส ถูกบีบคั้นกดขี่
อยู่อย่างคับแค้น แล้วก็แก่เจ็บตายไปโดยไร้ความหมาย
เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมองเห็นสภาพเช่นนี้แล้ว ทรงเบื่อหน่ายในสภาพ
ความเป็นอยู่ของพระองค์ มองเห็นความสุขความปรนปรือเหล่านั้น
เป็นของไร้สาระ ทรงคิดหาทางแก้ไขจะให้มีความสุขที่มั่นคง เป็นแก่นสาร
ทรงคิดแก้ปัญหานี้ไม่ตก และสภาพความเป็นอยู่ของพระองค์ ท่ามกลางความเย้ายวน
สับสนวุ่นวายเช่นนั้น ไม่อำนวยแก่การใช้ความคิดที่ได้ผล
ในที่สุดทรงมองเห็นภาพพวกสมณะ ซึ่งเป็นผู้ได้ปลีกตัวจากสังคม
ไปค้นคว้าหาความจริงต่าง ๆ โดยมีความเป็นอยู่ แบบง่าย ๆ ปราศจากความกังวล
และสะดวกในการแสวงหาความรู้และคิดหาเหตุผล
สภาพความเป็นอยู่แบบนี้น่าจะช่วยพระองค์ให้แก้ปัญหานี้ได้
และยางทีสมณะพวกนี้ ที่ไปคิดค้นความจริงกันต่าง ๆ บางคนอาจมีอะไรบางอย่าง
ที่พระองค์ จะเรียนรู้ได้บ้าง ......